ธ.ก.ส.พะเยา พร้อมจ่ายเงินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67

ธ.ก.ส.พะเยา พร้อมจ่ายเงินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ตามนโยบายรัฐบาล 5.4 หมื่นล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.นี้ เป็นต้นไป 

      นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต 3 พะเยา พร้อมด้วย นายบำรุง สังข์ขาว รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ,นายนฤมิตร สมัคร เกษตรกรจังหวัดพะเยา , และนายกลศาสตร์ เรืองแสน ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพะเยา ร่วม Kick Off มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 ตามโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 ผ่านระบบ zoom meeting จากหน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานกดปุ่ม Kick off ดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามมติ ครม. วงเงิน 54,336 ล้านบาท ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ เป้าหมายเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 4.68 ล้านครัวเรือน เริ่มโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป โดยมีเกษตรกรในพื้นที่ที่มีสิทธิได้รับค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2566/67 เข้าร่วม ณ สำนักงาน ธ.ก.ส.สาขาอำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา 
     นายกลศาสตร์ เรืองแสน ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ตามมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ได้เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้มีรายได้และสภาพคล่องในการใช้จ่ายรวมถึงการพัฒนาคุณภาพผลผลิตข้าวให้สามารถขายได้ในราคาที่สูงขึ้นผ่านโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2566/67 วงเงิน 54,336 ล้านบาท ให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวกับกรมส่งเสริมเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปีการผลิต 2566/67 เป้าหมายเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์ จำนวน 4.68 ล้านครัวเรือน พร้อมจัดทำแผนการโอนเงินส่งถึงมือเกษตรกรเป็นรายภูมิภาคแบ่งเป็น 5 รอบ เริ่มตั้งแต่ 28 พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป ซึ่งเกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง และจะมีข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าบัญชีผ่านบริการ BAAC Connect ทาง Line: BAAC Family อีกด้วย 
     นอกจากนี้ ในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว รัฐบาลได้มอบนโยบายในการจัดทำมาตรการคู่ขนานเพื่อดูแลและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกแบบครบวงจร อีก 2 มาตรการ ได้แก่ 1.สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2566/67 วงเงินรวม 34,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องในการใช้จ่ายให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างชะลอการขายข้าว โดยไม่ต้องเร่งขายข้าวเปลือกในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากและราคาตกต่ำ โดยรัฐบาลรับภาระในการชำระดอกเบี้ยแทนเกษตรกร และ ธ.ก.ส. ยังพร้อมสนับสนุนค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือกให้เกษตรกรอีก 1,500 บาทต่อตัน กรณีเกษตรกรเก็บข้าวเอง ได้รับ 1,500 บาทต่อตัน กรณีเกษตรกรฝากข้าวกับสถาบันเกษตรกร เกษตรกรจะได้รับ 500 บาทต่อตัน และสถาบันฯ จะได้รับ 1,000 บาทต่อตันสำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ลูกค้ารายย่อย สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีได้ (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด และมาตรการที่ 2.สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2566/67 วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท โดยชุมนุมสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน และศูนย์ข้าวชุมชนที่ประกอบธุรกิจรวบรวมจากเกษตรกรสมาชิก และเกษตรกรทั่วไป โดยสถาบันฯ ชำระดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1 ต่อปี ส่วนที่เหลือรัฐบาลรับภาระชำระแทน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศหรือ Call Center 02-555-0555 

 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar