สาธารณสุขจังหวัดพะเยา เชิญชวนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน สร้างความตระหนักในการป้องกันโรคเอดส์ นำไปสู่การยุติปัญหาเอดส์ ภายในปี 2573

สาธารณสุขจังหวัดพะเยา เชิญชวนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน สร้างความตระหนักในการป้องกันโรคเอดส์ นำไปสู่การยุติปัญหาเอดส์ ภายในปี 2573  

        นายแพทย์เอกชัย คำลือ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลกกำหนดให้วันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันเอดส์โลก (World AIDS Day) เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคเอดส์ ยอมรับและเข้าใจผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลก ในปีนี้ได้กำหนดแนวคิดการรณรงค์ คือ “Let Communities Lead” เป็นการมุ่งเน้นการมีส่วนร่วม จากทุกภาคส่วน ในการสนับสนุนให้ชุมชน องค์กร และกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะเยาวชนที่มีบทบาทสำคัญ ในการสร้างความตระหนักในการป้องกัน และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน ซึ่งจะนำไปสู่การยุติปัญหาเอดส์ได้ภายในปี 2573 
     จังหวัดพะเยา มีจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวี ประมาณ 5,451 คน ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ประมาณ 4,991 คน (ร้อยละ 91.56) และคาดการณ์ ผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี ในแต่ละปีเพิ่มมากขึ้นและข้อมูลเฝ้าระวังโรคจากระบบรายงานทางระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพะเยา ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2566 ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 จังหวัดพะเยา พบผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จำนวนทั้งสิ้น 364 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 75.69 ต่อประชากรแสนคน ไม่มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต อำเภอที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคน สูงสุดคือ อำเภอภูซาง อัตราป่วยเท่ากับ 94.47 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือ อำเภอภูกามยาว อัตราป่วยเท่ากับ 88.32 ต่อประชากรแสนคน ไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต พบผู้ป่วยเพศหญิงมากกว่าเพศชาย อัตราส่วนเพศชายต่อเพศหญิง เท่ากับ 1: 1.06 อัตราป่วยสูงที่สุด พบในกลุ่มอายุ 15–24 ปี รองลงมา คือ กลุ่มอายุ 25–34 ปี ส่วนใหญ่มีอาชีพนักเรียน ร้อยละ 35.10 อาจเนื่องจากการมีพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมใส่ถุงยางอนามัย และอาจเกิดจากการที่ผู้ติดเชื้อไม่ค่อยแสดงอาการ หรือแสดงอาการน้อย ทำให้ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อผ่านการมีเพศสัมพันธ์กันได้ง่าย โดยขาดความตระหนักถึงอันตรายของโรคดังกล่าว จึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ร่วมรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะในโรงเรียน ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสมต่อการให้สุขศึกษาแก่กลุ่มเสี่ยงมากที่สุด 
     นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพะเยา กล่าวอีกว่า กรณีผู้ติดเชื้อเอชไอวี ในการป้องกันตนเอง ขอแนะนำให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี กินยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรหยุดกินยาเอง และอย่าหลงเชื่อโฆษณาที่อ้างผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่รักษาการติดเชื้อเอชไอวี เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยัน หากเคยตรวจพบว่าติดเชื้อเอชไอวีแล้วยังไม่รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ให้รีบเข้ารับการรักษาทันที รักษาฟรี ทุกสิทธิการรักษา เพื่อให้มีระดับเซลล์ภูมิคุ้มกัน ซีดีโฟ (CD 4) เกิน 200 ซึ่งจะเพียงพอในการป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคฉวยโอกาส และควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์กับทุกคน ทุกช่องทาง เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคไวรัสตับอักเสบบี และซี รวมถึงหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดแนบเนื้อกับผู้ที่มีผื่น ตุ่ม หรือหนอง และไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น 

 


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar