กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดพะเยา สร้างความรู้ความเข้าใจเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ หนุนใช้ประโยชน์ FTA เจาะตลาดต่างประเทศ

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดพะเยา สร้างความรู้ความเข้าใจเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการ หนุนใช้ประโยชน์ FTA เจาะตลาดต่างประเทศ 

     นางสาวบุณิกา แจ่มใส รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดพะเยา ระหว่างวันที่ 28-30 พฤศจิกายน 2566 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ เรื่องการใช้ประโยชน์จาก FTA และโอกาสทางการค้าในตลาดการค้าเสรี พร้อมกับรับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริง และประสบการณ์ทางการค้า รวมถึงความต้องการของเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ อีกทั้งสร้างการมีส่วนร่วมใน FTA ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งในวันนี้ (29 พ.ย.66) ได้เดินทางไปที่ วิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานสู่การแปรรูปเชิงนวัตกรรม (ข้าวน้ำจำ) ตำบลจำป่าหวาย อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา พร้อมร่วมประชุมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการและเกษตรกร รวมทั้งศึกษาดูงานสำรวจศักยภาพสินค้า โดยมีนางสาวบุณิกา แจ่มใส รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ , น.ส.มาลัย กรแก้วสมนึก ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาความพร้อมทางหารค้า , นางศุภมิตร เต็งเผ่ พาณิชย์จังหวัดพะเยา , นายชรินทร์ ชินวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทศกัณฑ์ โรสท์เตอร์รี่ จำกัด , และประธานวิสาหกิจชุมชนข้าวน้ำจำ ร่วมสัมมนาในหัวข้อ “กลยุทธ์เจาะตลาดสินค้าข้าวและข้าวแปรรูปส่งออกได้ด้วย FTA” 
    รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า โครงการดังกล่าว กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้จับมือกับหน่วยงานพันธมิตรในการทำงานแบบบูรณาการ ได้แก่ สภาเกษตรกรแห่งชาติ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยา และสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดพะเยา ในการลงพื้นที่เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเท็จจริงกับเกษตรกรวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าเกษตรที่เป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัด 5 รายการ คือ กาแฟ ลิ้นจี่ ข้าว เครื่องจักสานจากผักตบชวา และโกโก้ ซึ่งเป็นสินค้าที่เป็นของดีมีคุณภาพและมาตรฐานในพื้นที่ และมีความพร้อมในการใช้ FTA ขยายการส่งออก เน้นการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์คือ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด” โดยสินค้าเกษตรตั้งแต่ต้นทางจำเป็นต้องมีคุณภาพและมาตรฐานทั้ง GAP, GMP, อย. , ฮาลาล อาหารปลอดภัย และตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค จะทำให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ตลาดได้ในระยะยาว โดยเฉพาะการเจาะตลาดพรีเมียมที่ผู้บริโภคคำนึงถึงเรื่องคุณภาพมากกว่าราคา ทำให้สินค้าที่ผลิตออกมาสามารถจำหน่ายได้ในราคาสูง นอกจากนี้ ปัจจุบันไทยมีความตกลงการค้าเสรีแล้ว 14 ฉบับกับ 18 ประเทศ อาทิ อาเซียน จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เป็นต้น ในการขยายตลาดต่างประเทศ ซึ่งประเทศคู่ค้าได้ยกเลิกหรือลดการจัดเก็บภาษีนำเข้าศุลกากรสินค้าส่วนใหญ่จากไทยแล้ว
    อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่พบปะหารือเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ จำนวน 5 แห่ง ซึ่งได้แก่ วิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตกาแฟบ้านผาแดง อำเภอแม่ใจ , วิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ผลิตลิ้นจี่คุณภาพห้วยป่ากล้วย อำเภอแม่ใจ , วิสาหกิจชุมชนเกษตรผสมผสานสู่การแปรรูปเชิงนวัตกรรม (ข้าวน้ำจำ) อำเภอเมืองพะเยา ,วิสาหกิจชุมชนกลุ่มหัตถกรรมผักตบชวาวาด อำเภอเมืองพะเยา , และห้างหุ้นส่วนจำกัด พงศ์ธยศ อำเภอเชียงคำ ถือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเป้าหมาย อีกทั้งสามารถนำความรู้เรื่อง FTA และคำแนะนำต่างๆ ไปพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออกต่อไป 

 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar