
ธ.ก.ส. เดินหน้ามาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกปีการผลิต 2567/68 ตามนโยบายรัฐบาล
นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารโครงการภายใต้มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกระดับจังหวัด ปีการผลิต 2567/68 ว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2567/68 กรอบวงเงินรวม 50,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีผลผลิตรวมทั้งประเทศ กว่า 30 ล้านตันข้าวเปลือก ทั้งนี้ในวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีมติเห็นชอบให้ ธ.ก.ส.ขับเคลื่อนงานสนับสนุนนโยบาย รัฐบาล 2 โครงการ ได้แก่
1.โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2567/68 วงเงินรวมกว่า 35,000 ล้านบาท เกษตรกรกู้ได้รายละไม่เกิน 300,000 บาท สหกรณ์การเกษตรและชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งละไม่เกิน 300 ล้านบาท กลุ่มเกษตรกรแห่งละไม่เกิน 20 ล้านบาท และวิสาหกิจชุมชนแห่งละไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยที่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรไม่ต้องชำระดอกเบี้ย เนื่องจากรัฐบาลรับภาระในการชำระดอกเบี้ยแทน เพื่อป้องกันปัญหาผลผลิตข้าวเปลือกล้นตลาดและมีราคาตกต่ำ รวมถึงเสริมสภาพคล่องให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรมีเงินหมุนเวียนระหว่างชะลอการขายข้าว และรองรับปริมาณข้าวเปลือกจากท้องตลาด โดยมีประเภทข้าวเปลือกที่เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิในเขตภาคเหนือ 3 จังหวัด (พะเยา เชียงราย เชียงใหม่) ซึ่งจังหวัดพะเยาได้รับการจัดสรรปริมาณจ่ายสินเชื่อ จำนวน 40,0000 ตันข้าวเปลือก นอกจากนี้ ธ.ก.ส. พร้อมสนับสนุนค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือก เกษตรกรเก็บข้าวเองได้รับ 1,500 บาทต่อตัน กรณีเกษตรกรฝากข้าวกับสถาบันเกษตรกร เกษตรกรจะได้รับ 500 บาทต่อตัน และสถาบันเกษตรกรจะได้รับ 1,000 บาทต่อตัน ระยะเวลาจัดทำสัญญาตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568
2.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2567/68 เป้าหมายรวบรวมข้าวเปลือก 1.5 ล้านตัน กรอบวงเงินรวม 15,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเงินทุนให้แก่สหกรณ์การเกษตรชุมนุมสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนและศูนย์ข้าวชุมชนที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด สำหรับรับซื้อและรวบรวมข้าวจากเกษตรกรสมาชิกและเกษตรกรทั่วไป รวมถึงการนำผลผลิตไปแปรรูปจำหน่าย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต ซึ่งจะส่งผลให้การรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกในตลาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสถาบันชำระดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1 ต่อปี ส่วนที่เหลือรัฐบาลและธ.ก.ส.รับชำระดอกเบี้ยแทน ระยะเวลาการจ่ายสินเชื่อตั้งแต่บัดนี้จนถึง 30 กันยายน 2568